ผลการปฏิบัติที่สำคัญ - ศปอร.ตร. ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง
ผลการปฏิบัติที่สำคัญ

เมื่อวันที่ : 27 กันยายน พ.ศ. 2557 11:00 น.
นำโดย : พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. , พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป.
จับกุม : น.ส.บังอร เนื่องดิถี และ นายฉัตรชัย อยู่เจริญ
สถานที่จับกุม : น.ส.บังอร เนื่องดิถี อายุ 52 ปี ที่อยู่ 319 ม.1 ต.ละหาร อ.ปลวกแดง จว.ระยอง, นายฉัตรชัย อยู่เจริญ อายุ 47 ปี ที่อยู่ 999/1 แขวง/เขตดอนเมือง กทม.
ข้อหา : พร้อมด้วยของกลางคือ อาวุธปืนปากกา จำนวน 14 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น 3 อาวุธปืนยาว 1 พร้อมกระสุน 311 นัด ในความผิดฐาน ร่วมกันจำหน่ายและมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร./ผอ.ศปอร.ตร.
 
รวบแล้ว! สามีภรรยาขายปืนปากกาให้เด็กอาชีวะทางอินเทอร์เน็ต

กองปราบรวบสามีภรรยาสุดแสบ ขายปืนปากกาให้นักเรียนอาชีวะที่สั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต พร้อมจัดส่งให้ทางพัสดุไปรษณีย์ ตำรวจเผยผู้ต้องหาลักลอบทำมานาน 3 ปี ขายไปแล้วกว่า 1,000 กระบอก เตรียมขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (27 ก.ย.) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท ผบก.ป. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.นิรันดร์ นามสุวรรณ ผกก.2 บก.ป.แถลงข่าวจับกุม นายฉัตรชัย หรือจ่ามด อยู่เจริญ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 999/1 แขวงและเขตดอนเมือง และ น.ส.บังอร เนื่องดิถี อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 319 ม.1 ต.ละหาร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 2 สามีภรรยา พร้อมของกลางอาวุธปืนปากกา จำนวน 14 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น 3 กระบอก ปืนยาว 1 กระบอก พร้อมกระสุนขนาดต่างๆ 371 นัด และกล่องพัสดุไปรษณีย์ 12 กล่อง สมุดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี นายสมนึก จาดทอง 2 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม จำนวน 1 ใบ ใบเสร็จรับเงิน บ.ไปรษณีย์ไทย จำนวน 100 แผ่น และโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีเหตุวัยรุ่นเรียนนักศึกษาอาชีวะก่อเหตุทะเลาะวิวาทโดยใช้อาวุธปืนยิงกันหลายครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม และสอบสวนผู้ต้องหาบางส่วนสารภาพว่า สั่งซื้ออาวุธปืนปากกา และกระสุนมาจากทางอินเทอร์เน็ต เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.จึงทำการสืบสวนทราบว่า มีการจำหน่ายอาวุธปืนขนาดต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ตจริงผ่านทางเฟซบุ๊ก หน้าเพจ “ต้องการ จริง” โดยจะมีการจัดส่งอาวุธปืนทางไปรษณีย์ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ อ.เมือง กับ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี และ อ.เสนา กับ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังไปดักซุ่มดูพฤติกรรมผู้จัดส่งพัสดุที่ทำการไปรษณีย์ดังกล่าว

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวอีกว่า กระทั่งวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็พบ น.ส.บังอร เดินทางมาส่งพัสดุไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) จำนวน 11 กล่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เพื่อทำการตรวจสอบพัสดุทั้ง 11 กล่อง ภายในพบอาวุธปืนปากกา จำนวน 11 กระบอก และกระสุนปืนขนาดต่างๆ อีก 72 นัด ซุกซ่อนอยู่ทุกกล่อง จากนั้นตำรวจอีกจำนวนหนึ่งจึงสะกดรอยตาม น.ส.บังอร ไปจนถึงห้องพักที่ภูดิศอพาร์ตเมนต์ ต.ไม้ตรา อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจค้นห้องพัก ปรากฏว่า ยังพบอาวุธปืนปากกาอีก 3 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น 3 กระบอก และอาวุธปืนยาวอีก 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนขนาดต่างๆ อีกจำนวน 299 นัด จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจับกุมนายฉัตรชัย หรือจ่ามด ได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน นายฉัตรชัย ให้การรับสารภาพว่า ตนทำงานเป็นลูกจ้างโรงกลึงแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี และนำปืนไปขายให้คนรู้จักซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กเพจดังกล่าว ในราคากระบอกละ 1,200 บาท โดยคนรู้จักก็จะนำไปประกาศขายทางเฟซบุ๊กหน้าเพจในราคากระบอกละ 1,600 บาท ทุกครั้งที่มีลูกค้าสั่งซื้อมาก็จะโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่เจ้าของเฟซบุ๊กจ้างคนไปเปิดไว้ จากนั้นตนก็จะให้ภรรยานำอาวุธปืนไปจัดส่งพัสดุไปรษณีย์ให้แก่ลูกค้าตามที่อยู่ที่แจ้งไว้

ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า จากการตรวจสอบบัญชีธนาคาร และใบเสร็จไปรษณีย์พบว่า ตั้งแต่ปี 2555 ผู้ต้องหาได้จัดส่งอาวุธปืนไปแล้ว จำนวน 122 กระบอก ปี 2556 จัดส่งไป 402 กระบอก และปี 2557 จัดส่งไปทั้งหมด 605 กระบอก รวมทั้งสิ้น 1,129 กระบอก ซึ่งจากการตรวจสอบชื่อลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่น และมีการสั่งซื้อมาจากทั่วประเทศ

รอง ผบก.ป.กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบใบเสร็จยังพบว่า นายฉัตรชัย ได้สั่งซื้อสปริงจากร้านค้าต่างๆ มา ซึ่งคาดว่าเจ้าตัวน่าจะใช้ความรู้เรื่องการกลึงที่มีอยู่นำท่อเหล็กมาดัดแปลงให้เป็นปืนปากกาจำหน่าย

เบื้องต้น จึงแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ซึ่งหลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการทั้งเจ้าของเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว รวมทั้งผู้ที่สั่งซื้ออาวุธปืนจากผู้ต้องหาอีกด้วย

พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวด้วยว่า สำหรับคดีนี้ได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบปรามขยายผลการจับกุมผู้ต้องหา เนื่องจากคาดว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย และให้ตรวจสอบแหล่งโรงกลึงที่ใช้ผลิตอาวุธปืนปากกาดังกล่าว รวมทั้งให้พนักงานสอบสวน กก.2.บก.ป. ตรวจสอบรายชื่อผู้สั่งซื้อ และตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาเพื่อหาผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ต่อไป

ที่มา : http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000111248


รูปภาพเพิ่มเติม

 



ผู้พัฒนาโปรแกรม : พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ / พ.ต.ต.เหมจักร บุนนาค / ร.ต.ท.นพปฎล ชะฎิล

ผู้เยี่ยมชม