ผลการปฏิบัติที่สำคัญ - ศปอร.ตร. ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง
ผลการปฏิบัติที่สำคัญ

เมื่อวันที่ : 7 เมษายน พ.ศ. 2557 11:00 น.
นำโดย : บช.น.
จับกุม : นายสิริชัยหรือป้อม เพิ่มพูนศักดิ์ (มือปืน)
ข้อหา : ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (ร่วมกันยิง 3 ศพ ครอบครัว “หอมชง” ท้องที่ สน.หลักสอง เมื่อวันที่ 3 เม.ย.57)
 
ตร.นำมือปืนฆ่า3ศพตระกูล"หอมชง"ทำแผนสารภาพจ่อยิงทีละคน เผยน้องยืมเงินพี่ชาย5หมื่นวางมัดจำจ้าง

เมื่อวันที่ 7 เมษายน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำตัวนายสิริชัย เพิ่มพูนศักดิ์ หรือป้อม มือปืนที่ก่อเหตุฆ่ายกครัว ตระกูล "หอมชง" 3 ศพ มาแถลงข่าวหลังเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสารเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจตั้งรางวัลนำจับ 5 แสนบาท

ทั้งนี้นายป้อม ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่าไม่รู้จักกับนายกิตตินันท์ หรือเต้ย หอมชง บุตรชายคนเล็ก แต่ได้รับการว่าจ้างจากนายศักรินทร์ หรือกอล์ฟ พันธุุกุล เพื่อนชายคนสนิทของนายกิตตินันท์ และนายฉลาด หรืออาจารย์ป๊อด เที่ยงธรรม โดยตกลงค่าจ้าง 1 ล้านบาท แต่ตนปฎิเสธ เพราะไม่รับเงินทันที และต้องทำคนเดียว จากนั้นมีการติดต่อมาอีกครั้ง โดยตกลงว่าจะให้ค่าจ้างเป็นรถยนต์ 1 คัน สร้อยคอทองคำ และพระเครื่อง ส่วนอาวุธปืน ซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้ว

ส่วนสาเหตุที่เข้ามอบตัว เนื่องจากเสียใจที่มารู้ว่าลูกชายเป็นคนจ้างให้ฆ่าพ่อแม่ และพี่ชาย ซึ่งหลังเกิดเหตุได้หนีไปอยู่ย่านอินทามะระ เพื่อรอนัดพบกับผู้จ้างอีก 1 เดือน ตามที่นัดหมายไว้เพื่อรับค่าจ้างซึ่งในวันเกิดเหตุตนเข้าไปที่เกิดเหตุพร้อมกับนายสุรพงษ์ หรือจ่าแอ๊ด ชูพันธ์ และตนเป็นคนลงมือยิงทั้งหมด โดยใช้หมอนกดทับที่ศรีษะ โดยไม่มีผู้ใดต่อสู้ ภายหลังแถลงข่าวตำรวจจะนำตัวนายป้อมไปทำแผนประกอบคำรับสารถาพในที่เกิดเหตุต่อไป

ขณะที่พลตำรวจโทคำรณวิทย์ยังยืนยันว่าสาเหตุจูงใจในครั้งนี้มาจากเรื่องมรดกส่วนที่ญาติไม่ปักใจเชื่อว่านายกิตตินันท์เป็นคนทำเชื่อว่าจากพยานหลักฐานและคำให้การของผู้ต้องหารายอื่นๆ มีน้ำหนักเพียงพอ

ต่อมาในช่วงบ่าย ตำรวจคุมตัวนายสิริชัย เพิ่มพูลศักดิ์ หรือป้อม มือปืนที่ก่อเหตุฆ่ายกครัว ตระกูล "หอมชง" 3 ศพ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บ้านเกิดเหตุย่านบางแค ที่ผู้ต้องหาให้การว่าวันเกิดเหตุได้มากับนายสุรพงษ์ หรือแอ๊ด ชูพันธ์ ผู้ตัองหาที่ถูกจับกุมไปแล้ว โดยจุดแรกคือจุดที่ยิงร้อยตำรวจโทธรรมณัฐ หอมชง พี่ชายนายกิตติตนันท์ ผู้ว่าจ้าง ต่อมาจุดที่ 2 คือจุดยิง นางวนิดา หอมชง มารดา ที่ห้องพักชั้นล่าง และจุดที่ 3 คือจุดที่ยิง พันเอกวิชัย หอมชง บนห้องนอนชั้น 2 ซึ่งทั้งสามศพ นายสิริชัย ให้การว่าใช้หมอนกดทับที่ศศีรษะก่อนลงมือจ่อยิง จากนั้นนายสิริชัย ให้การว่าหลังลงมือก่อเหตุ ได้ออกมาขึ้นรถแท็กซี่ที่นายฉลาด หรือป๊อด เที่ยงธรรม ผู้ต้องหาที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ มาจอดรอห่างจากบ้านประมาณ 30 เมตร เพื่อหลบหนี

ทั้งนี้พลตำรวจตรีฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่าคดีนี้ถือว่าเป็นคดีฆาตกรรมที่สามารถปิดคดีได้อย่างสมบูรณ์ โดยสามารถติดตามอาวุธปืนของกลาง กลับมาได้ และมือปืนก็สารภาพว่าได้ใช้ปืนก่อเหตุยิงทั้ง 3 ศพจริง ส่วนที่ญาติติดใจเรื่องสาเหตุการสังหาร เชื่อว่าญาติมีความสัมพันธ์กับผู้ตาย จึงอาจมีความรู้สึกเคลือบแคลงสงสัยได้ แต่ตำรวจก็ทำงานไปตามพยานหลักฐานไม่มีการใช้ความรู้สึกส่วนตัว ประกอบกับมือปืนก็นำชี้จุดประกอบคำรับสารภาพด้วยตัวเอง มีความสอดคล้องกันกับคำให้การของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ จึงเชื่อได้ว่าเป็นเรื่องจริง

จากการตรวจสอบอาวุธปืน ก็พบว่าเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนแรงจูงใจเชื่อว่า นายกิตตินันท์ หอมชง บุตรชายคนเล็กของครอบครัว เป็นผู้ว่าจ้างมือปืน เพราะคาดหวังว่าหาก พ่อ แม่ และพี่ชาย เสียชีวิต จะได้รับมรดกในอนาคต โดยนำที่ดินไปขาย ส่วนเงิน 50,000 บาท ที่นายกิตตินันท์ นำไปมัดจำกับมือปืน เป็นเงินที่ขอยืมมาจากร.ต.ท.ธรรมณัฐ พี่ชาย แล้วมายิงพ่อ แม่และพี่ชาย

ทั้งนี้ตลอดการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มีญาติของผู้ตาย จำนวนหนึ่งมาดูการทำแผน ในครั้งนี้ด้วย แต่ตำรวจไม่อนุญาตให้เข้ามาภายในบ้านแต่อย่างใด

สำหรับนายป้อม เคยต้องโทษในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นที่ สน.ดินแดง และเพิ่งพ้นโทษออกมา จนกระทั่งมาลงมือก่อเหตุร่วมกับนายกิตตินันท์ หรือเต้ย หอมชง อายุ 22 ปี บุตรชายคนเล็กของครอบครัว “หอมชง” และนายศักรินทร์ หรือกอล์ฟ พันธุุกุล อายุ 22 ปี เพื่อนชายคนสนิท นายฉลาด หรืออาจารย์ป๊อด เที่ยงธรรม อายุ 53 ปี ทำหน้าขับรถแท็กซี่ส่งมือปืน และ นายสุรพงษ์ หรือจ่าแอ๊ด ชูพันธ์ อายุ 47 ปี ทีมสังหาร วางแผนฆ่าพันเอกวิชัย หอมชง ทหารนอกราชการ นางวนิดา หอมชง ครูโรงเรียนราชวินิตประถม บางแค และ ร้อยตำรวจโทธรรมณัฐ หรือหมวดเติ้ล หอมชง พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน นรต.รุ่น 66 ซึ่งเป็น พ่อ แม่ และพี่ชายแท้ๆ ของนายกิตตินันท์ เนื่องจากโกรธแค้นพ่อที่ชอบว่ากล่าวจากความประพฤติที่ไม่ยอมเรียนหนังสือและไม่หางานทำ และอ้างว่าพ่อมักนำตัวเองไปเปรียบเทียบพี่ชาย จึงทำให้เกิดความน้อยใจ ประกอบกับต้องการได้รับมรดกที่ดินประมาณ 4 ไร่ของครอบครัว มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1396846189



ผู้พัฒนาโปรแกรม : พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ / พ.ต.ต.เหมจักร บุนนาค / ร.ต.ท.นพปฎล ชะฎิล

ผู้เยี่ยมชม