ผลการปฏิบัติที่สำคัญ - ศปอร.ตร. ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง
ผลการปฏิบัติที่สำคัญ

เมื่อวันที่ : 5 เมษายน พ.ศ. 2557 10:00 น.
นำโดย : บก.สส.บช.น.
จับกุม : นายกิตตินันท์หรือเต้ย หอมชง อายุ 23 ปี (ผู้จ้างวาน) , นายสักรินทร์หรือกอล์ฟ เพื่อนชายคนสนิท (ติดต่อมือปืน) , นายสิริชัยหรือป้อม เพิ่มพูนศักดิ์ (หลบหนี) , นายสุระพงษ์หรือจ่าแอ๊ด ชูพันธ์ อายุ 47 ปี (คุ้มกัน) และ นายฉลาดหรือป๊อด เที่ยงธรรม อายุ 53 ปี (คนขับรถ)
ข้อหา : ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (ร่วมกันยิง 3 ศพ ครอบครัว “หอมชง” ท้องที่ สน.หลักสอง เมื่อวันที่ 3 เม.ย.57)
 
วบมือฆ่ายกครัวตระกูล"หอมชง" ลูกทรพีสารภาพโกรธแค้นถูกพ่อดุด่า จัดหามือปืนยิงหมดบ้าน พร้อมสัญญาจะตบมรดกทั้งเงินสดและรถยนต์ให้เป็นรางวัล ด้านน้าไม่ปักใจเชื่อ คาใจไม่นำตัวหลานชายมาร่วมแถลงข่าวหรือชี้แจงต่อสื่อมวลชน ตร.นำผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพพร้อมขออำนาจศาลอาญาธนบุรีฝากขัง "จรัมพร" นำทีมพฐ.ตรวจที่เกิดเหตุ ยันพบหลักฐานสอดคล้องคำให้การผู้ต้องหา

วานนี้ (6 เม.ย.) เมื่อเวลา 10.30 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงผลจับกุมนายฉลาด เที่ยงธรรม หรือ ป๊อด อายุ 53 ปี และนายสุระพงษ์ ชูพงษ์ หรือ จ่าแอ๊ด อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่า ร.ต.ท.ธรรมนัฐ หรือ ธนัฐพงษ์ หอมชง พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน เสียชีวิต พร้อมด้วย พ.อ.วิชัย หอมชง และนางวนิดา หอมชง รวม 3 ศพ ภายในบ้านพักย่านถนนกาญจนาภิเษก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายกิตตินันท์ หอมชง หรือ เต้ย บุตรชายคนเล็กของผู้ตาย สารภาพว่าโกรธแค้นที่ถูกพ่อว่ากล่าวเรื่องพฤติกรรมการเรียน ความประพฤติที่ไม่ยอมเรียนหนังสือและไม่หางานทำ ซึ่งพ่อมักจะเอาตนไปเปรียบเทียบกับ ร.ต.ท.ธรรมนัฐ พี่ชายเสมอ จึงทำให้เกิดความน้อยใจประกอบกับตนเองได้ไปอาศัยอยู่กับเพื่อน ในจรัญสนิทวงศ์ นานถึง 2 ปี และไม่ได้รับการช่วยเหลือทางการเงินจากครอบครัว จึงคิดวางแผนร่วมกับนายศักรินทร์ หรือ กอล์ฟ (อ้วน) นายฉลาด เที่ยงธรรม หรือ ป๊อด นายสุระพงษ์ ชูพันธ์ หรือ จ่าแอ๊ด และนายสิริชัย เพิ่มพูลศักดิ์ หรือ ป้อม อายุ 39 ปี ที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งเป็นคนยิงครอบครัวตนเอง และตนได้สัญญาว่า หากได้รับมรดกทั้งหมดแล้ว จะนำเงินมาจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสดและรถยนต์ ซึ่งในวันเกิดเหตุนายป๊อดพร้อมพวก ได้บุกเข้าไปในบ้านใช้ปืนขนาด 9 มม.ยิงทั้ง 3 คนเสียชีวิตขณะที่นอนหลับภายในบ้านก่อนจะหลบหนีไป แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด

เบื้องต้นแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนนายกิตตินันท์ ถูกตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่มเติมด้วย คือ กระทำผิดฐานฆ่าบุพการี

ด้านนายฉลาด เที่ยงธรรม หรือ ป๊อด สารภาพว่าได้รับว่าจ้างจากนายเต้ย และนายกอล์ฟ ทำหน้าที่ขับรถให้กับมือปืนคือ นายสิริชัย และนายสุระพงษ์ โดยได้เช่ารถแท็กซี่และออกเดินทางจากย่านห้วยขวางตอนเวลา 22.00 น.ไปถึงบริเวณคอสะพานห่างจากบ้านที่ก่อเหตุประมาณ 30 เมตร ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น.จากนั้น นายสิริชัย และนายสุระพงษ์ ได้เข้าไปในบ้าน ก่อเหตุประมาณ 10 นาที ก่อนเดินกลับมาที่รถ ทั้งนี้ ยังอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นพ่อลูกกัน เพราะก่อนหน้านี้นายกิตตินันท์เคยบอกว่าพ่อถูกโกงที่ดิน เลยมาขอความช่วยเหลือ

ขณะที่ นายสุระพงษ์ ชูพงษ์ หรือ จ่าแอ๊ด สารภาพว่าตนและนายป้อมได้รับการว่าจ้างจากนายกิตตินันท์ และนายศักรินทร์ ซึ่งเมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้เดินเข้าไปในบ้าน โดยใช้กุญแจบ้านสำรองที่รับจากนายศักรินทร์เปิดเข้าไปภายในบ้าน ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ อ้างว่า นายสิริชัย เป็นคนยิง ร.ต.ท.ธรรมนัฐ ที่นั่งดูฟุตบอล และนางวนิดา คนละ 1 นัด จากนั้นขึ้นไปชั้นสองของบ้านยิง พ.อ.วิชัย จำนวน 2 นัด และกลับลงมายิง ร.ต.ท.ธรรมนัฐ ซ้ำอีกครั้ง ก่อนหลบหนีออกมาจากบ้าน

นอกจากนี้ นายสุรพงษ์ ให้การว่า วานนี้ (5 เม.ย.) นายป้อม ได้โอนเงินให้ตนจำนวน 10,000 บาท ตนจึงเดินทางกลับสุพรรณบุรีเพื่อนำเงินไปให้ลูก แต่ถูกจับกุมเสียก่อน

ด้าน นายเด่นชัย บุญกระพือ น้าชายของนายกิตตินันท์ หอมชง หรือ เต้ย เปิดเผยว่า ตามปกติหลานชายไม่ใช่คนเกเร เป็นคนมีพื้นฐานจิตใจดี เพียงแต่เอาแต่ใจบ้าง และโดยปกติมักจะออกไปอยู่กับเพื่อน รวมถึงญาติพี่น้องทราบว่าหลานชายเป็นคนที่รักพ่อมาก จึงยังไม่ปักใจเชื่อว่าหลานเป็นผู้ร่วมมือจ้างวานฆ่าคนในครอบครัว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการขัดแย้งเรื่องมรดกหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าไม่น่าเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีการแบ่งมรดกกันภายในครอบครัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสาเหตุความขัดแย้งอื่นๆ ไม่น่าจะมี ทั้งนี้ ตนยังติดใจที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่นำตัวหลานชายมาร่วมแถลงข่าวหรือชี้แจงต่อสื่อมวลชน ซึ่งขณะนี้เป็นเพียงพยานบอกเล่า เป็นการซัดทอดของผู้ต้องหา ยังไม่สามารถจับคนยิงได้ ส่วนปืนที่ใช้ในการก่อเหตุก็ยังหาไม่พบ ทั้งนี้ หากหลานชายรับสารภาพว่าก่อเหตุจริงตนก็พร้อมยอมรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวครั้งนี้ได้มีการนำตัวนายกิตตินันท์ และศักรินทร์ มาที่ บช.น.ด้วย แต่ไม่ได้นำตัวออกมาร่วมแถลงข่าว และภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้นได้มีการควบคุม ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีทันที ขณะที่มีรายงานเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาว่าพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างละเอียดในที่เกิดเหตุ

วันเดียวกัน พลตำรวจเอกจรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เดินทางเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 1279 ริมถนนกาญจนาภิเษก ย่านบางแค ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง 3 พ่อแม่ลูกเสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่สามารถจับได้อยู่ในขณะนี้

โดย พลตำรวจเอก จรัมพร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบพยานหลักฐานที่สอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรอยรองเท้าเพิ่ม 1 รอย สอดคล้องกับคำให้การที่ผู้ต้องหาเล่าว่าไม่ได้เข้าก่อเหตุเพียงคนเดียว พร้อมกันนี้ยังพบดีเอ็นเอบนหมอน ที่คนร้ายใช้กดยิงผู้ตาย เพื่อเก็บเสียงและกันเลือดกระเด็น ซึ่งดีเอ็นเอแฝงบนหมอนไม่ตรงกับผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน และจากการตรวจสอบกระสุนปืน พบว่ามาจากปืนกระบอกเดียวกันทั้งหมด สอดคล้องกับคำให้การคือนายป้อมยิงเพียงคนเดียว พร้อมยืนยันว่าในขณะนี้ พยานหลักฐานแน่นหนาและรัดกุม สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน รวมถึงมีการส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งนี้จะเร่งดำเนินการจับกุมคนร้ายที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด.

ที่มา : http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9570000038790



ผู้พัฒนาโปรแกรม : พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ / พ.ต.ต.เหมจักร บุนนาค / ร.ต.ท.นพปฎล ชะฎิล

ผู้เยี่ยมชม