ผลการปฏิบัติที่สำคัญ - ศปอร.ตร. ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง
ผลการปฏิบัติที่สำคัญ

เมื่อวันที่ : 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 11:30 น.
นำโดย : บช.น.
จับกุม : นายจิรศักดิ์หรือจี กลิ่นคล้าย อายุ 33 ปี (มือปืน)
ผู้ต้องหาตามหมายจับของ : จังหวัดมีนบุรีที่ 993/2556 ลงวันที่ 8 พ.ย.56
ข้อหา : ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน (ยิงจักรกฤษณ์หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย จนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ต.ค.56)
 
"แจ๊ด" แถลงรวบทีมฆ่า "เอ็กซ์" ตัวละครใหม่โผล่ "ทนายอี๊ด" จ้างวาน

9 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น.และ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น.ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายจิรศักดิ์ หรือจี กลิ่นคล้าย อายุ 33 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี คนร้ายที่ลงมือยิง นายจักรกฤษณ์ พานิชย์ผาติกรรม นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ตามหมายจังหวัดมีนบุรี ที่ 993/2556 ลงวันที่ 8 พ.ย.56 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ที่ร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์และใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ประกบยิง จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือ “เอ็กซ์” อายุ 40 ปี นักแม่นปืนทีมชาติไทย จนได้รับบาดเจ็บขณะขับรถเก๋งปอร์เช่ สีดำ ทะเบียน ชส 2223 กทม.ออกจากหมู่บ้านบัวขาว ถนนรามคำแหง ซอย 174 แต่เจ้าตัวยังแข็งใจขับหลบหนีไปสิ้นชีวิตบริเวณหน้าปากซอยรามคำแหง 106 ฝั่งตรงข้ามวัดบำเพ็ญใต้ ก่อนที่คนร้ายจะอาศัยความมืดเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์พากันหลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลานานกว่า 20 วัน ติดตามหาตัวคนร้าย จนทราบว่าผู้ก่อเหตุรายนี้ คือนายจิรศักดิ์ หรือจี กลิ่นคล้าย ซึ่งได้ร่วมกับบุคคลที่ยังหลบหนีอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งตำรวจได้ออกหมายจับกุมตัวไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวต่อว่า จากนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำการสอบปากคำต่อ ส่วนที่ยังหลบหนีแต่ออกหมายจับไปแล้วมีด้วยกัน 2 คน คือ นายสันติ หรือทนายอีส ทองเสม อายุ 28 ปี คนจัดหามือปืน ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 995/2556 ลงวันที่ 8 พ.ย.56 และนายธวัชชัย หรืออ้น เพชรโชติ อายุ 33 ปี คนขับขี่ จยย.ให้มือปืนซ้อนท้าย ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 994/2556 ลงวันที่ 8 พ.ย.56 โดย 2 คนนี้ ถูกแจ้งข้อหาเดียวกันคือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ ทั้งนี้ ได้ตั้งรางวัลนำจับให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาคู่นี้ได้หัวละ 100,000 บาท อีกทั้งขอยืนยันว่า จะยังมีการออกหมายจับต่อไปอีกจนถึงผู้บงการแน่นอน เชื่อว่าถ้า บก.สส.บช.น.และฝ่ายสืบสวนท้องที่ ร่วมกันทำงานตามโจทย์ที่ตนวางไว้หลังจากนี้ ไม่แน่พรุ่งนี้ก็อาจมีการแถลงข่าวดีอีกตอน 11 โมง”

ด้าน พล.ต.ต.ประยนต์ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ นายจิระศักดิ์ คนร้ายรายนี้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีชมพู-ดำ ของนายธวัชชัย เข้าไปวนเวียนในซอยหมู่บ้านบัวขาวหลายครั้ง แต่กลับไม่พบ จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ เนื่องจากไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร ทราบเพียงแต่ทะเบียนรถปอร์เช่ คือ 2223 เท่านั้น กระทั่งผู้ต้องหาทั้งคู่ขับรถสวนทางกับกับรถ จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ กลางซอยรามคำแหง 174 จึงตัดสินใจวกตามไปประกบจนถึงทางลงสะพานยกระดับแยกลาดบัวขาว ก่อนที่นายจิระศักดิ์ จะชักอาวุธปืนขนาด 9 มม.สีดำ ออกมากระหน่ำยิงใส่เป้าหมาย จำนวน 5 นัด แล้วพากันเร่งเครื่องหลบหนีไปในซอยมิสทีน ใช้เส้นทางลัดถนนกรุงเทพกรีฑา เพื่อมุ่งหน้าไปที่ซอยรามคำแหง 65 โดยภายหลังก็ได้แยกย้ายหลบหนีไปกบดานที่ต่างจังหวัด จนตำรวจตามไปจับกุมตัวนายจิระศักดิ์ ได้คนแรกที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี



นายจิระศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนชอบที่จะเรียนรู้และชอบยิงปืนตามไร่ตามสวนมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกจับกุมข้อหาลักทรัพย์แถวบ้านเกิด กระทั่งโตขึ้นจึงไปเล่าเรียนวิชาชีพซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แล้วย้ายรกรากไปเปิดกิจการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ จ.ชลบุรี ส่วนคดีนี้ตนได้รับการติดต่อจากนายสันติ หรือทนายอื๊ด ซึ่งเป็นเพื่อนกันในวงเหล้า ด้วยราคาค่าตัว 100,000 บาท โดยนายสันติ เป็นผู้จัดหาอาวุธปืนให้ไปยิงเป้าหมายคนขับรถปอร์เช่ ทะเบียน 2223 ซึ่งทีแรกตนก็ไม่ทราบว่าเป็น จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ จังหวะที่ลั่นไกออกไป 5 นัด ปืนก็เกิดขัดลำยิงไม่ออกอีกเลย จนต้องพากันเร่งเครื่องหลบหนีออกมา ส่วนนายธวัชชัย คนขับขี่และเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ได้ค่าตัว 100,000 บาท เท่ากัน หลังเสร็จงานมีการนัดหมายให้ตนและนายธวัชชัย ไปรับเงินสดมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายสันติ ก็ยึดอาวุธปืนคืนจากตนไปแล้วด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เวลาต่อมา นายมานพ พณิชย์ผาติกรรม บิดา ของ จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ เดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน ว่า ตำรวจให้ตนมาดูหน้ามือปืนยิงลูกชายว่ามันหล่อมากไหม ขอชื่นชมตำรวจไทยที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น.และขอรับรองว่าจะสามารถสาวถึงกระบวนการนี้ได้ทั้งหมดแน่นอน ส่วนตัวตนไม่รู้จักทั้งมือปืน และทนายอีส คนจัดหามือปืนมาก่อนไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่สิ่งที่มีความหมายไปมากกว่านั้นคือใครทำอะไรไว้ดาบนั้นย่อมคืนสนอง

"ทีมึงกูไม่ว่า ทีข้ามึงอย่าโวย คนทำย่อมได้รับผลแห่งกรรมอย่างแน่นอน ตนกลืนทั้งเลือดและน้ำตามานานเกือบ 1 เดือนแล้ว พอรู้ว่าคดีนี้จะสิ้นสุดได้ ทั้งภรรยา และลูกสาว ก็ดีใจยกใหญ่ สำหรับเมียลูกชาย ตนไม่รู้จริงๆ ว่าเกี่ยวข้องอะไรด้วยไหม ตั้งแต่เอ็กซ์ ตายก็ไม่ได้คุยกัน เจอกันครั้งสุดท้ายก็ที่งานศพ ฝ่ายเขาเองไม่ติดต่อมา ส่วนตนเองก็ไม่กล้าไปหา เพราะกลัวตายเหมือนกัน" นายมานพ กล่าว

ที่มา : http://www.naewna.com/local/76564



ผู้พัฒนาโปรแกรม : พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ / พ.ต.ต.เหมจักร บุนนาค / ร.ต.ท.นพปฎล ชะฎิล

ผู้เยี่ยมชม