ผลการปฏิบัติที่สำคัญ - ศปอร.ตร. ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง
ผลการปฏิบัติที่สำคัญ

เมื่อวันที่ : 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556 9:00 น.
นำโดย : บช.ภ.4
จับกุม : นายวิจิตร มังษาอุดม อายุ 29 ปี (มือปืน) และ นายบรรทม พังทุย อายุ 39 ปี (ดูต้นทาง)
สถานที่จับกุม : นายวิจิตร มังษาอุดม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 ม.1 ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี และ นายบรรทม พังทุย อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 ม.7 ต.หนองแปน อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร
ข้อหา : "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน" (ฆ่านายสวาท สาคร เสียชีวิต เมื่อวันที่ 15 ต.ค.56)
 
รวบเมียจ้างฆ่าผัว แค้นฮุบสมบัติปรนเปรอหญิงอื่น

ตำรวจภาค 4 ตามรวบได้ยกทีม คดีเมียจ้างฆ่าผัว 1.5 แสนบาท รับสารภาพไม่พอใจถูกบังคับตบตี-ฮุบสมบัติไปให้หญิงคนอื่น...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ต.ค. 56 พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รองผบก.ฯ/ หน.ศพส.ภ.4 พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.1 ฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.4 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายวิจิตร มังษาอุดม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 ม.1 ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นายบรรทม พังทุย อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 ม.7 ต.หนองแปน อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร พร้อมดัวยของกลาง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า สีดำ ทะเบียน ขมม 159 อุดรธานี

ผบช. ภ.4 กล่าวถึงการแถลงข่าวครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2556 เวลา 22.00 น. มีคนร้ายบุกเข้าไปยิงนายสวาท สาคร อายุ 44 ปี ที่บ้านเลขที่ 41 ม.12 บ้านหนองหว้า ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ตายแล้วหลบหนีไป การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบประเด็นการถูกฆ่าตายมาจากปัญหาในครอบครัว เนื่องจากคนตายไปมีภรรยาน้อย

ต่อมาวันที่ 18 ตุลาคม 2556 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุมนางบังอร สาคร อายุ 41 ปี ภรรยาผู้ตายในข้อหาจ้างวานฆ่า ซึ่งนางบังอร รับสารภาพว่า ได้จ้างให้นายนายวิจิตร มังษาอุดม และนายกรุงศรี ยืนนาน ฆ่าสามีตนเอง ในราคา 150,000 บาท เพราะแค้นที่สามีบังคับตบตีจะเอาที่ดิน 30 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินที่ตนซื้อด้วยเงินจากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง ไปให้ภรรยาน้อย หนำซ้ำสามียังเอาวัวที่ตนและลูกๆ ช่วยกันเลี้ยงไว้ ไปฆ่าเอาเนื้อไปเลี้ยงฉลองในงานบวชของลูกชายเมียน้อย ทั้งยังเอาเงินทองที่ตนเก็บไว้ไปเลี้ยงดูเมียน้อยจนมีฐานะร่ำรวย ส่วนตนเองและลูกลำบาก ปัญหาต่างๆ สะสมมาพอสมควรจนแค้นจึงตัดสินใจจ้างคนมาฆ่าสามีตนเอง เพื่อยุติปัญหาทั้งหมด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตามจับกุมนายกรุงศรี ได้ในบ้านพัก สารภาพได้พานายวิจิตรไปฆ่านายสวาทจริง ภายหลังลงมือสำเร็จนายวิจิตรก็หลบหนีไป

วันที่ 22 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก. สส. 1 บก. สส.ภ.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย จับกุมนายวิจิตร มังษาอุดม ได้ที่แคมป์ที่พักคนงานในจังหวัดชลบุรี และในขณะแถลงข่าว นายวิจิตร บอกว่า สาเหตุที่รับงานฆ่านายสวาท เนื่องจากนางบังอร ได้รบเร้าให้ฆ่านายสวาทสามีของตนเอง โดยนางบังอร อ้างว่า ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของสามี ที่ไปมีเมียน้อย และนำทรัพย์สินไปปรนเปรอเมียน้อย อ้างว่าสามีทำร้ายเป็นประจำ ตนเองไม่มีเงินใช้ จังตัดสินใจรับงาน ในราคา 150,000 บาท นางบังอรมัดจำไว้ 30,000 บาท ส่วนที่เหลือนางบังอร บอกว่า เมื่อนายสวาทตาย จะได้เงินประกันชีวิตหลายแสนบาท และจะจ่ายส่วนที่เหลือให้หลังจากรับเงินประกันชีวิตของสามีจาก ธ.ก.ส.แล้ว

นายวิจิตร บอกอีกว่า เมื่อคุยกันเข้าใจจึงได้วางแผนฆ่านายสวาท โดยนางบังอร จะเปิดประตูหน้าบ้านไว้ จากนั้นนายวิจิตร เป็นคนเข้าไปลงมือยิงนายสวาท โดยที่นายกรุงศรีและนายบรรทม เป็นคนดูต้นทาง นายวิจิตรเข้าไปในบ้าน ใช้ปืนลูกซองเบอร์ 12 ที่เตรียมมา ยิงที่ขาของนายสวาท สาเหตุที่ยิงขา เพราะว่านางบังคร กำชับว่าไม่อยากให้ผัวตายในบ้าน เพราะกลัวผี และเมื่อนายสวาทถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ได้ปีนหน้าต่างหนีออกนอกบ้าน และล้มลง ตนจึงตามไปใช้ด้ามปืนตีไปที่ศีรษะหลายครั้ง จนนายสวาทสิ้นใจตายคามือ จึงได้วิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่นายกรุงศรีติดเครื่องไว้รอ และขี่รถกลับบ้าน ระหว่างทางได้ทิ้งปืนลงคลองคำชะโนด เพื่อให้แน่ใจว่านายสวาทตายแน่ๆ ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับไปที่บ้านเกิดเหตุอีกครั้ง ตรวจดูจนเห็นว่า นายสวาทนอนตายอยู่ข้างบ้าน ตนและนายบรรทม จึงหลบหนีไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว ได้ที่แคมป์ก่อสร้างโรงเรียนเขาชะอางค์ ตำบลหลวงทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี ส่วนเงินมัดจำจากค่าจ้างนั้นแบ่งให้นายกรุงศรี จำนวน 5,000 บาท ส่วนนายบรรทม ตนได้เลี้ยงเหล้าแทน

ที่มา : http://m.thairath.co.th/content/region/378131



ผู้พัฒนาโปรแกรม : พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ / พ.ต.ต.เหมจักร บุนนาค / ร.ต.ท.นพปฎล ชะฎิล

ผู้เยี่ยมชม