ผลการปฏิบัติที่สำคัญ - ศปอร.ตร. ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง
ผลการปฏิบัติที่สำคัญ

เมื่อวันที่ : 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 9:20 น.
นำโดย : เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา
จับกุม : นายบุญช่วย จูงกลาง หรือเขียว อายุ 37 ปี
ผู้ต้องหาตามหมายจับของ : ศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 184/2556 ลงวันที่ 24 พ.ค.2556
สถานที่จับกุม : อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 5 ต.รังงาม อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ
ข้อหา : ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (ยิงนายสุชาติ โคตรทุมปลัด อบจ.ขอนแก่น ถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 3 พ.ค.56)
 
มอบตัวยิงปลัดอบจ. ฆ่าให้สส. แค้นหยามถึงในบ้าน

สรุปชู้สาวหมิ่นศักดิ์ศรี ทีมพตท.ทดแทนคุณ ล่าเพิ่มคนที่4-"ไอ้เขียว" หลักฐานภาพในปั๊มมัด

รวบอีก 1 แก๊งฆ่าปลัดอบจ.ขอนแก่น สืบสวนภาค 4 ตามจับได้ขณะกบดานที่สัตหีบ พร้อมกับออกหมายจับล่าเพิ่มอีก 1 ไอ้เขียวคนขับรถคันที่นำไปก่อเหตุ ตร.เผยปมฆ่ามาจากเรื่องชู้สาว 4 ผู้ต้องหาอาสาทำงานให้เจ้านายนักการเมืองระดับส.ส. เพราะถูกหยามศักดิ์ศรีถึงในบ้าน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 พ.ค. ที่สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา (สบ 10) และพล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 ร่วมแถลงข่าวกรณีพ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รองผบก.ภ.จว.หนองคาย ช่วยราช การงานสืบสวน และ พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.บช.ภ.4 นำกำลังเข้าจับกุม นายประพันธ์ หรือขวัญ ศรีพิลัย อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.163/2556 ลงวันที่ 6 พ.ค. 2556 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

พล.ต.อ.ปานศิริเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 พ.ค. เวลาประมาณ 07.00 น. มีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น เสียชีวิตที่บริเวณถนนหน้าบ้านเลขที่ 198/45 หมู่บ้านจอมพล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังจากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไป จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มคน ร้ายที่ก่อเหตุนั้นประกอบด้วย พ.ต.ท.สมจิต แก้วพรม รองผกก.ป. สภ.หนองเรือ จ.ขอน แก่น ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญพล ผบ.หมู่ป. สภ.หนองเรือ นายประพันธ์ และผู้ร่วมแก๊งอีกหนึ่งคนที่ยังไม่ทราบชื่อสกุล ต่อมาวันที่ 5 พ.ค. เจ้าหน้าที่บก.สส.ภ.4 ได้จับกุมตัว ด.ต. วีระศักดิ์ ได้ที่ด่านตรวจ สภ.กู่ทอง จ.มหา สารคาม และให้การซัดทอด พ.ต.ท.สมจิต ซึ่งพ.ต.ท.สมจิตได้เข้ามอบตัวสู้คดี ที่บก.สส. บชน. เมื่อวันที่ 17 พ.ค. พร้อมให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.อ.ปานศิริกล่าวอีกว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายประพันธ์ ผู้ร่วมก่อเหตุได้หลบหนีซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก จึงออกสืบสวนติดตามนานกว่า 2 สัปดาห์ จนกระทั่งทราบว่าได้หลบหนีซ่อนตัวอยู่ในบ้านเช่าแห่งหนึ่งใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพรฯ เข้าจับกุมตัวนายประพันธ์ เอาไว้ได้ สอบสวนเบื้องต้นให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสเพิ่มเติมว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 1 คน ที่ยังหลบหนีอยู่ ซึ่งขณะนี้ทราบตัวคนร้ายแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปสู่การออกหมายจับต่อไป

พล.ต.อ.ปานศิริกล่าวต่อว่าหลังจาก เจ้าหน้าที่ได้ตัวนายประพันธ์แล้ว ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะให้การปฏิเสธก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ก็มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงได้ และคาดว่าน่าจะมีคนที่บงการอยู่เบื้องหลังอีก โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุเรียก ว่า "นาย" จึงเชื่อได้ว่าน่าจะมีนายที่เหนือขึ้นไปกว่า พ.ต.ท.สมจิตอีก และจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุกับผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน ส่วนสาเหตุในการลงมือสังหารคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องปมชู้สาว

ด้าน พล.ต.ท.กวีกล่าวว่า สาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ คาดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับชู้สาว เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่ามีความแค้นเคืองแทนเจ้านาย ในวันเกิดเหตุ พ.ต.ท. สมจิตได้พูดชักชวนนายประพันธ์ ซึ่งเป็น ลูกน้องมาร่วมทีมยิงผู้ตายด้วย โดยที่นายประพันธ์ก็ยังไม่ทราบว่าเป้าหมายเป็นใคร แต่ทั้งพ.ต.ท.สมจิตและนายประพันธ์ เป็นผู้ลงไปยิงผู้ตายในครั้งนี้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบ ว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีก 1 คนอยู่ในรถที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ทราบตัวแล้ว แต่ยังไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง รู้แต่เพียงชื่อเล่นเท่านั้น อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม คาดว่าคนร้ายยังคงหลบหนีกบดานอยู่ในพื้นที่ทางภาคอีสาน หรืออาจจะหลบหนีไปที่ จ.ชล บุรีด้วยก็เป็นได้ เพราะมีผู้ใหญ่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.สมจิต และ นายประพันธ์ ยังคงให้การปฏิเสธตลอด ส่วนจะมีบุคคลที่เหนือขึ้นไปหรือไม่นั้น ทางตำรวจจะดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงการกระทำความผิดต่อไป

จากการสอบสวนนายประพันธ์ให้การว่า เดิมตนทำอาชีพเป็นเจ้าของโรงเลื่อยค้าไม้เก่าที่ อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ โดยรู้จักกับ พ.ต.ท. สมจิตมาได้ประมาณ 4-5 ปี แล้ว ส่วนราย ละเอียดอื่นๆ ยังไม่ขอพูดถึง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายประพันธ์ ส่งตัวให้พนักงาน สอบสวน สภ.ขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เมื่อเวลา 16.30 น. พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนได้คุมตัวนายประพันธ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองบังคับการสืบ สวนภาค 4 จ.ขอนแก่น โดยชุดสืบสวนใช้เวลาสอบประมาณ 20 นาที ก็นำมาส่งให้พ.ต.อ.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อสอบปากคำในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากการสอบสวนนายประพันธ์ไม่ขอพูดในชั้นพนักงานสอบสวน จะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น เมื่อถามว่ารู้จักปลัด อบจ.ขอนแก่นหรือไม่ นายประพันธ์บอกว่าไม่รู้จัก เมื่อถามว่าจะประกันตัวหรือไม่ นายประพันธ์บอกว่าขอคิดดูก่อน

พ.ต.อ.ยรรยงเปิดเผยว่า การจับกุมนายประพันธ์นั้น เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่เห็นชัดเจนว่า พ.ต.ท.สมจิตและนายประพันธ์ได้ลงมาจากรถยนต์โตโยต้า วีโก้ สีดำ แล้วใช้อาวุธปืนยิงปลัดอบจ.ขอนแก่น จนเสียชีวิต แล้วหลบหนีไปพร้อมกันกับรถยนต์โตโยต้า ซึ่งมีนายบุญช่วย จูงกลาง หรือ เขียวอายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 5 ต.รังงาม อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ เป็นคนขับรถพาทั้งสองคนหลบหนี กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม ด.ต.วีระศักดิ์ และพ.ต.ท.สมจิตมามอบ ตัวเองที่บช.น. ต่อมาจับกุมนายประพันธ์ได้ในเขตพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะนี้พนักงาน สอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นได้ขอให้ศาลจังหวัดขอนแก่น ออกหมายจับเลขที่ 184/2556 ลงวันที่ 24 พ.ค. 2556 ให้จับกุมนายบุญช่วย ข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต

พ.ต.อ.ยรรยงกล่าวอีกว่า ในการสืบสวนทราบจากผู้ต้องหาทีมงานสังหารปลัด อบจ.ขอนแก่น มีเพียง 4 คน และมี พ.ต.ท.สมจิต เป็นหัวหน้าทีม การมาสังหารปลัดอบจ. ครั้งนี้เป็นการที่บอกว่าเป็น พ.ต.ท.สมจิตชักชวนให้มาร่วมงานเพื่อทดแทนบุญคุณที่เป็นนายเท่านั้น ส่วนประเด็นที่พวกผู้ต้องหาเรียกว่า "นาย" น่าจะเป็นเรื่องชู้สาว ผลประโยชน์ และศักดิ์ศรี ก็พัวพันให้เป็นประเด็น สังหารผู้ตายได้ และเป็นเรื่องหนี้บุญคุณซ้อนหนี้บุญคุณอีกชั้นหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตามหลักฐานต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาสามารถเอา ผิดกับผู้ต้องหาทีมสังหารได้ทุกคน

"สาเหตุลึกๆ ของการก่อเหตุในครั้งนี้ คาดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับชู้สาว เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่ามีการแค้นเคืองแทนเจ้านาย ซึ่งในวันเกิดเหตุ พ.ต.ท.สมจิตได้พูดชักชวนนายประพันธ์ ซึ่งเป็นลูกน้องให้มาร่วมทีมยิงผู้ตายด้วย โดยที่นายประพันธ์ก็ยังไม่ทราบว่าเป้าหมายเป็นใคร" พ.ต.อ.ยรรยงกล่าว

ด้านพ.ต.อ.ไพโรจน์กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตัวนายประพันธ์แล้ว ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะให้การปฏิเสธก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ก็มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงได้ และคาดว่าน่าจะมีคนที่บงการอยู่เบื้องหลังอีก โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุเรียกว่า "นาย" จึงเชื่อได้ว่าน่าจะมีผู้ที่เหนือขึ้นไปกว่าพ.ต.ท.สมจิตอีก และจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ากลุ่มที่ก่อเหตุกับผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน ส่วนสาเหตุในการลงมือน่าจะเป็นเรื่องปมชู้สาว ขณะนี้พนักงานสอบ สวนในคดีนี้ได้ออกหมายจับนายบุญช่วย คนขับรถโตโยต้าในวันเกิดเหตุแล้ว และคิดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับคดีนี้ เป็นการลงมือเพื่อตอบแทนให้ผู้มีพระคุณนักการเมืองระดับส.ส.คนหนึ่ง ซึ่งถูกหยามหมิ่นศักดิ์ศรีในเรื่องผู้หญิงถึงในบ้าน ไม่ถึงกับเป็นการจ้างวาน คดีนี้จึงน่าจะเอาผิดได้เฉพาะกลุ่มที่ลงมือเพียง 4 คนเท่านั้น คือ พ.ต.ท.สมจิต ด.ต. วีรศักดิ์ ชำนาญพล นายประพันธ์ และนายบุญช่วยหรือเขียวที่ถูกออกหมายจับในขณะนี้

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakkxTURVMU5nPT0=



ผู้พัฒนาโปรแกรม : พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ / พ.ต.ต.เหมจักร บุนนาค / ร.ต.ท.นพปฎล ชะฎิล

ผู้เยี่ยมชม