ผลการปฏิบัติที่สำคัญ - ศปอร.ตร. ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง
ผลการปฏิบัติที่สำคัญ

เมื่อวันที่ : 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559 8:30 น.
นำโดย : บก.ป.
จับกุม : นายไชยยันต์ หรือ สายันห์ อินทรวิจิตร
ข้อหา : ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีและพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน
 
กองปราบ..จับมือปืนอันดับ 1 นครศรีธรรมราช
วันที่ 23 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ศันสนะ พิริยะจิตตะ สว.กก.5 บก.ป. แถลงจับกุม นายไชยยันต์ หรือ สายันห์ อินทรวิจิตร อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 1 ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ มือปืนตามบัญชีดำ อันดับ 1 ของตำรวจภูธร จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 534/2544 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2544 และหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 77/2559 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2559 ในข้อหาหลบหนีหมายศาลในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีและพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน จับกุมได้ที่บริเวณซอยศรีอยู่ ถนนทับยาว แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กทม.
พล.ต.ต.ชาญ กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหารายนี้ สืบเนื่องจากเมื่อปี 2541 ผู้ต้องหาซึ่งมีพฤติการณ์เป็นมือปืนรับจ้าง และมีความใกล้ชิดกับนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง ได้ร่วมกับพวกอีก 2 คน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายหิรัญ ทองจีนสังข์ เสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า ปืนที่ถูกใช้ก่อเหตุเป็นของผู้ใหญ่นัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อสอบปากคำแล้วได้ให้การซัดทอดว่า ได้นำอาวุธปืนกระบอกนี้ไปจำนำไว้กับผู้ต้องหา จึงมีการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ ต่อมา ศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต แต่ผู้ต้องหาหลบหนีไปในระหว่างที่ได้รับการประกันตัว
พล.ต.ต.ชาญ กล่าวอีกว่า จากนั้นเมื่อปี 2553 ผู้ต้องหารายนี้ ยังได้ร่วมกับพวก 3 คน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนดักซุ่มยิง นายสุริยะ มุขวัฒน์ หรือ จ๊ะเอ๋ ลานสกา เสียชีวิตที่บ้านพักในพื้นที่ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช โดยมีการใช้อาวุธปืนหลายชนิด ทั้งปืนเล็กยาว 33, ปืนลูกซอง และปืนพกขนาด .357 ซึ่งมูลเหตุในการสังหารมาจากปัญหาความขัดแย้งระหว่าง นายสิทธิชัย อินทรวิจิตร ลูกชายของผู้ต้องหากับผู้เสียชีวิต โดยคดีนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาไว้ แต่ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม
รรท.ผบก.ป. กล่าวต่อว่า ต่อมา เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 ผู้ต้องหาได้ขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดป้ายทะเบียน แล้วใช้อาวุธปืนยาวติดลำกล้อง ขนาด .22 ยิงใส่เบ้าตา นายสมพร มุขวัฒน์ คหบดีใน จ.นครศรีธรรมราช พ่อนายจ๊ะเอ๋ จนเสียชีวิต ขณะนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ร้านค้าริมถนนลานสกา-ไม้หลา อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นการฆ่าล้างแค้นกัน เนื่องจากเชื่อว่าผู้เสียชีวิตกับพวก ได้ร่วมกันก่อเหตุยิงลูกชายของผู้ต้องหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. สืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีคดีมากบดานอยู่ในพื้นที่ย่านลาดกระบัง กทม. จึงวางแผนสืบสวน โดยเฝ้าติดตาม กระทั่งพบตัวผู้ต้องหารายนี้ขณะกำลังขับรถยนต์ ยี่ห้อเบนซ์ ทะเบียน 2ณ 1008 กรุงเทพมหานคร อยู่ภายในซอยศรีอยู่ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง จึงเข้าสกัดจับ แต่ผู้ต้องหาขัดขืน และพยายามจะขับรถชนรถเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเพื่อหลบหนี แต่ก็ไปไม่รอด จนมุมเจ้าหน้าที่ในที่สุด
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ รวมทั้งไม่ได้รับจำนำอาวุธปืนที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุแต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้ได้หันมาประกอบธุรกิจรับเหมาขนขยะ อยู่ในพื้นที่เขตลาดกระบัง กทม. กระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว อย่างไรก็ดี ตามแนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีประวัติก่อคดีมาอย่างโชกโชน รวมทั้งมีพฤติการณ์ซ่องสุมมือปืน ใช้อาวุธสงครามในการก่อเหตุ จนถูกขึ้นบัญชีดำเป็นมือปืนที่ จ.นครศรีธรรมราช ต้องการตัวมากที่สุดอีกด้วย




ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/645477



ผู้พัฒนาโปรแกรม : พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ / พ.ต.ต.เหมจักร บุนนาค / ร.ต.ท.นพปฎล ชะฎิล

ผู้เยี่ยมชม