ผลการปฏิบัติที่สำคัญ - ศปอร.ตร. ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง
ผลการปฏิบัติที่สำคัญ

เมื่อวันที่ : 22 กันยายน พ.ศ. 2558 13:00 น.
นำโดย : บก.ป.
จับกุม : นายวิทยา พากล้า และ นางพิพัฒน์ พากล้า และ นายสุรสิทธิ์ คชสิทธิ์
ผู้ต้องหาตามหมายจับของ : หมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 748/2558, 749/2558, 750/2558, ลงวันที่ 21 ก.ย.58
สถานที่จับกุม : บ้านพัก 3 หลัง ในพื้นที่ อ.ธัญบุรี และ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ข้อหา : มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครอง มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบ-ครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ซึ่งยุทธภัณฑ์ (เสื้อเกราะ) โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลาง ปืนกลมือเอ็มทรี ขนาด .45 พร้อมซองกระสุนปืน อาวุธปืนขนาด 11 มม. 3 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ขนาด .22 กระสุนปืนขนาด 9 มม. ขนาด .45 ขนาด .38 ขนาด .22 ขนาด .380 กระสุนปืนเอ็ม 16 กระสุนปืนอาก้า และกระสุนลูกซอง รวม 449 นัด วิทยุสื่อสาร 4 ตัว เสื้อเกราะ และกล่องพัสดุไปรษณีย์ขนาดต่างๆ จำนวนหนึ่ง
 
จับแก๊งค้าอาวุธปืน ขายโจ๋งครึ่มในเฟซ

ค้นบ้าน3จุดที่ปทุม ยึดของกลางเพียบ

ป.รวบผัวเมียค้าอาวุธสงครามผ่านทางเฟซบุ๊ก ตำรวจแกะรอยแก๊งขายอาวุธปืน ผ่านทางเฟซฯนานกว่า 1 เดือน ลุยเข้าตรวจค้น 3 จุด เป็นแหล่งจำหน่ายและใช้ซ่อมปืน ในพื้นที่ อ.ธัญบุรี และ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รวบสองผัวเมียพร้อมอาวุธปืนสงคราม เสื้อเกราะ และกระสุนปืนจำนวนมาก ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งที่โดนด้วยมีฝีมือการซ่อมปืน เรียนวิชาจากอินเตอร์เน็ต เผยเคยขายปืนปากกาให้นักเรียนช่างกล ตำรวจเตรียมลากคอพวกที่เหลือตำรวจรวบผัวเมียและเพื่อนร่วมแก๊งขายปืนผ่านเฟซบุ๊ก เปิดเผยขึ้นที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 ก.ย. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รรท.ผกก.ปพ.บก.ป. และ พ.ต.ท.วชิรา ยาวไทยสงค์ สว.กก.ปพ.บก.ป.แถลงจับกุม นายวิทยา พากล้า อายุ 36 ปี และนางพิพัฒน์ พากล้า อายุ 35 ปี สามีภรรยา และนายสุรสิทธิ์ คชสิทธิ์ อายุ 32 ปี พร้อมของกลาง ปืนกลมือเอ็มทรี ขนาด .45 พร้อมซองกระสุนปืน อาวุธปืนขนาด 11 มม. 3 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ขนาด .22 กระสุนปืนขนาด 9 มม. ขนาด .45 ขนาด .38 ขนาด .22 ขนาด .380 กระสุนปืนเอ็ม 16 กระสุนปืนอาก้า และกระสุนลูกซอง รวม 449 นัด วิทยุสื่อสาร 4 ตัว เสื้อเกราะ และกล่องพัสดุไปรษณีย์ขนาดต่างๆ จำนวนหนึ่ง จับกุมได้ที่บ้านพัก 3 หลัง ในพื้นที่ อ.ธัญบุรี และ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีพล.ต.ต.อัคราเดชกล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.ปพ.บก.ป.สืบทราบว่า มีการลักลอบติดต่อซื้อขายอาวุธปืน กระสุนปืน และอาวุธสงครามหลายชนิด ผ่านทางเฟซบุ๊ก มีการประกาศขายผ่านผู้ที่ใช้ชื่อว่า “Kongkiad Channee” “ชาญณรงค์ พงษ์สุวรรณ” และ “นักรบแดนอีสานใต้ ไร้เงา” จึงเร่งสืบสวนติดตาม ใช้เวลากว่า 1 เดือนในการแกะรอย ก่อนพบว่ามีการใช้บ้านพัก 3 แห่ง ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ในการกระทำความผิด เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆจนเป็นที่แน่ชัดจึงขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 3 จุด ได้แก่ จุดแรกนำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 749/2558 ลงวันที่ 21 ก.ย. 58 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 109/401 หมู่บ้านพรธิสาร 5 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี พบนางพิพัฒน์ เจ้าของบ้าน พร้อมของกลางปืนและอาวุธสงครามของกลางชนิดต่างๆ ต่อมา นายวิทยา แสดงตัวเป็นผู้ครอบครองปืนและอาวุธสงครามดังกล่าวผบก.ป.กล่าวอีกว่า จุดที่สองเจ้าหน้าที่นำหมายศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 750/2558 ลงวันที่ 21 ก.ย. 58 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 109/393 หมู่บ้านพรธิสาร 5 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี ไม่พบเจ้าของบ้าน จึงเชิญประธานชุมชนนำตรวจค้น พบอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางหลายรายการ และพบเอกสารต่างๆ ระบุชื่อนายอธิษฐ์ ตันติสิริเลิศ และบัญชีธนาคาร ตรวจสอบประวัตินายอธิษฐ์ ถูกออกหมายจับ 2 หมาย ในคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน ท้องที่ สภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ และความผิดเกี่ยวกับการนำพาบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ท้องที่ สภ.พยุหคีรี จ.นครสวรรค์ ส่วนจุดสุดท้ายนำหมายศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 748/2558 ลงวันที่ 21 ก.ย. 58 ตรวจค้นบ้านเลขที่ 24/78 หมู่บ้านเบญจพฤกษ์ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พบนายสุรสิทธิ์ เป็นเจ้าของบ้าน นำเข้าตรวจค้น พบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนของกลาง จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีสอบสวนนายวิทยาและนายสุรสิทธิ์ให้การรับสารภาพ ขณะที่นางพิพัฒน์ให้การปฏิเสธ โดยนายวิทยาให้การว่าเป็นพนักงานขับรถขนขยะของสำนักงานเขตสาทร กทม. ชอบสะสมอาวุธปืนและนำไปซ้อมยิงตามสนามยิงปืนต่างๆ จึงซื้อปืนและกระสุนเก็บสะสม รวมทั้งเสื้อเกราะ ที่เก็บได้ขณะไปเก็บขยะในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง ต่อมาช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ถ่ายรูปอาวุธที่สะสมไว้ไปโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนจะมีนักเรียนช่างกลใน กทม.มาติดต่อขอซื้อปืนปากกา ราคากระบอกละ 800 บาท ตกลงขายให้ 2 กระบอก ส่วนอาวุธปืนสงครามซื้อมาจากผู้ค้าอาวุธบริเวณชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ และถ้าปืนกระบอกไหนเสียจะติดต่อให้นายสุรสิทธิ์เอาไปซ่อม และยังรับซ่อมปืนผ่านทางเฟซบุ๊กอีกด้วย สำหรับกล่องพัสดุไปรษณีย์ ตนใช้สั่งซื้อเครื่องเสียงและพระเครื่อง ไม่ได้ใช้สำหรับใส่ขายอาวุธปืนให้กับลูกค้าตามที่ถูกกล่าวหาส่วนนายสุรสิทธิ์ให้การว่า ได้ศึกษาวิธีการซ่อมอาวุธปืนทางอินเตอร์เน็ต จนมีความรู้และสามารถซ่อมปืนได้ ที่ผ่านมา นายวิทยารวมทั้งผู้ที่รู้จักได้ติดต่อกันผ่านทางเฟซบุ๊ก จะนำปืนมาให้ซ่อมจะคิดราคาตามแต่ความยากง่ายในการซ่อมอาวุธปืนแต่ละชนิดโดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอาวุธปืนทั้งหมดถูกนำไปใช้ก่อเหตุหรือไม่ รวมทั้งมีการติดต่อขายปืนไปให้ใครบ้าง เพื่อติดตามอาวุธปืนกลับมาและดำเนินคดีกับผู้รับซื้อ รวมทั้งติดตามนายอธิษฐ์ ที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดี เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ถูกแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครอง มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบ-ครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ซึ่งยุทธภัณฑ์ (เสื้อเกราะ) โดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/527219



ผู้พัฒนาโปรแกรม : พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ / พ.ต.ต.เหมจักร บุนนาค / ร.ต.ท.นพปฎล ชะฎิล

ผู้เยี่ยมชม